Tuesday, August 6, 2013

น้ำด่าง-กรดจากเครื่องทำน้ำด่าง pH Plant

คำเตือน ...น้ำด่าง น้ำกรด จากเครื่องทำน้ำด่าง Enagic Kangen Water จากญี่ปุ่นนั้น ก่อนนำไปรดต้นไม้ก็ดูก่อนนะครับ พืชหลายชนิดไม่ชอบน้ำด่าง ส่วนมากชอบเป็นกรดอ่อนๆ เตือนไว้ก่อนอย่าน้ำด่างที่เครื่องทำไว้ดื่ม ซึ่ง pH 8.5-9.5 ไปรดแทนน้ำปรกติ ถ้านำไปรดก็ใช้น้ำบิวตี้ pH 5.5-6.0 pH ที่เหลือออกมาจากการทำน้ำด่างคังเก้นที่เราใช้ดื่มน่าจะพอดี   ร่างกายคนเราก็เช่นกัน ต้องเลือกที่ดื่มน้ำ ที่ค่ากรดด่าง pH ที่เหมาะสม น้ำด่างที่เหมาะสำหรับดื่มที่สุดคือ 8.5-9.5 pH

สำหรับค่าความเป็นกรดด่าง pH ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชบางชนิด
ตามหลักการวางแผนเพาะปลูกพืชเบื้องต้น งานชิ้นแรกๆ ที่ควรทำคือการเก็บข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทราบถึงข้อมูลเชิงลึกของปัจจัยการผลิตต่างๆ เช่นดิน น้ำ อุณหภูมิ ช่วงแสง กระแสลม สำหรับดินที่ปัจจัยการผลิตพื้นฐาน ในบ้านเราน่าจะประเมินได้ว่าร้อยละ 99 มักมองข้ามการตรวจวิเคราะห์ก่อนลงมือวางแผนการเพาะปลูก การวิเคราะห์ดินทำให้เราสามารถทราบถึงความได้เปรียบและข้อบกพร่องพร้อมแนวทางแก้ไข ก่อนจะมีการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความเหมาะสมต่อการปลูกพืชชนิดหนึ่ง ค่าที่เป็นพื้นฐานที่ควรรู้เช่น pH โครงสร้างดิน ปริมาณธาตุอาหารต่างๆ ปริมาณอินทรียวัตถุในดินเป็นต้น

หน้านี้ผมไปเก็บ pH ที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของผักและผลไม้บางชนิด เผื่อใครจะใช้อ้างอิงก็ตามสบายเลยครับ

พืช
ค่ากรดด่าง
พืช
ค่ากรดด่าง
กระเจี๊ยบ
6.0-6.5
ผักกาดหัว
6.0-7.0
กระเจี๊ยบเขียว
6.0-6.8
ผักสลัด
6.0-7.0
กล้วย
6.5-7.0
เผือก
5.5-6.5
กะหล่ำดอก
6.0-7.0
ฝ้าย
5.5-6.5
กะหล่ำปลี
6.5-7.0
พริก
5.5-7.0
กุยช่าย
6.0-7.0
พริกไทย
6.5-7.0
กาแฟ
4.5-5.4
ฟัก
6.0-7.5
ข้าว
4.5-5.4
ฟักทอง
5.5-7.5
ข้าวโพด
5.5-7.0
มะกอก
< 4.5
ข้าวฟ่าง
5.5-7.0
มะเขือ
5.5-6.5
ข้าวสาลี
4.5-5.4
มะเขือเทศ
6.0-6.8
ขนุน
5.5-7.5
มะดัน
< 4.5
คื่นช่าย
6.0-7.0
มะนาว
5.5-6.4
แคนตาลูป
6.0-6.5
มะม่วง
5.5-6.4
แครอท
4.5-5.4
มันเทศ
5.3-5.7
ชา
4.5-5.4
มันฝรั่ง
5.5-6.5
ชมพู่
6.5-7.0
มันสำปะหลัง
6.5-7.0
แตงกวา
5.5-7.0
ยางพารา
4.5-5.4
แตงโม
5.5-6.5
ยาสูบ
5.3-6.4
ถั่วฝักยาว
5.5-6.7
สตอเบอรี่
4.5-5.4
ถั่วแขก
5.5-7.0
ส้ม
4.5-5.4
ถั่วลิสง
5.5-6.4
ส้มโอ
5.5-7.0
ถั่วลันเตา
6.0-7.5
สับปะรด
4.5-5.5
ถั่วเหลือง
5.5-7.0
หญ้า
5.5-7.0
ทานตะวัน
6.5-7.0
หน่อไม้ฝรั่ง
6.0-8.0
ทุเรียน
5.5-6.5
หอมกินต้น
6.0-7.0
ปวยเล้ง
6.0-7.5
หอมหัวใหญ่
6.0-7.0
ปอ
6.5-7.0
หอมแดง
5.0-6.5
ปอเทือง
4.5-5.4
แห้ว
6.9-7.3


อ้อย
6.0-7.5

พืชด้านบนทำให้เราทราบว่าพืชแต่ละชนิดต้องการความเป็นกรดด่างในดินเพื่อการเจริญเติบโตต่างกันมาก พืชบางชนิดไม่เรื่องมาก สามารถเจริญเติบโตได้ในช่วง pH ที่กว้าง บางพืชก็จำเป็นต้องมี pH ในช่วงที่เฉพาะเจาะจง ถ้าดูตามข้อมูลด้านบน หากมีดินค่อนไปทางกรดนิดๆ ฟักทองเป็นพืช cash crop ที่น่าปลูกมาก หรือหากมีดินที่มีสภาพเป็นกลางหน่อไม้ฝรั่งก็น่าสนใจไม่น้อย

การปรับปรุงค่า pH ให้เหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืช หากดินเป็นกรดแล้วต้องการปรับ pH ขึ้นจะง่ายและมีต้นทุนถูกกว่าการปรับดินที่มี pH สูงให้ต่ำลงครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก.. น้าโหด blogGang

Kangenthai People Franchising
Tel : 081 514 5615 (ais)
      : 085 192 6549 (dtac)
FB : https://www.facebook.com/Kangenthai
Line : Kangenthai
Email : kangenthai@gmail.com
Webpage : http://kangenthai.com
                 : http://www.enagic.com

Tuesday, June 4, 2013

นักเคมีเผยดื่มน้ำบริสุทธิ์ ก็ฉุดให้ตายได้ น้ำด่าง

เครื่องทำน้ำด่าง

นักเคมีอาวุโส เผย ข้อมูลเรื่องการดื่มน้ำที่ผ่านกระบวนการรีเวิร์ส ออสโมซิส หรือ อาร์โอนั้น ร่างกายมีสิทธิขาดแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมที่สำคัญและมีความจำเป็นต่อร่างกาย ก่อให้เกิดอันตรายอาจอายุสั้นก่อนวัยอันควรทั้งที่ ดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี ทั้งนี้เพราะความไม่รู้คุณประโยชน์และโทษของน้ำบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

รองศาสตรจารย์ ดร.พิชัย โตวิวิชญ์ รองประธานชมรมอยู่ 100 ปี ชีวีมีสุข และอดีตหัวหน้าภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวยืนยันว่า การดื่มน้ำบริสุทธิ์เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดเกลือแร่ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมทั้งการทำงานของเอนไซม์ภายในร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจต้องการแร่ธาตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แคลเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น

"อย่าว่าแต่น้ำบริสุทธิ์เลย แม้แต่น้ำอ่อนที่เกิดจากการใช้เรซิน ขจัดเอาแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมออกไปยังทำให้เกิดเป็นโรคหัวใจได้ โดยมีการยืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรคหัวใจกับการดื่มน้ำอ่อนที่ปราศจากแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียม ซี่งน้ำบริสุทธิ์ถือว่าเป็นน้ำอ่อนที่สุด เพราะไม่มีแร่ธาตุอะไรเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย และยังสามารถดูดซับและสกัดเอาแร่ธาตุต่างๆที่อยู่ในเซลอวัยวะของร่างกาย แล้วขับถ่ายออกมากับปัสสาวะ ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่าผู้ที่ดื่มน้ำบริสุทธิ์เป็นประจำ จะมีแร่ธาตุในปัสสาวะมากกว่าผู้ที่ดื่มน้ำธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่น้ำบริสุทธิ์”

นอกจากนี้รองศาสตรจารย์ ดร.พิชัย ยังกล่าวเสริมว่า ยังมีการพิสูจน์จาก 3,000 ตัวอย่าง ในการวิเคราะห์เลือดและปัสสาวะของผู้ที่ดื่มน้ำบริสุทธิ์เป็นเวลานาน จะมีอาการของโรคขาดแร่ธาตุหลายอย่าง โดยแทบจะไม่มีข้อยกเว้น ได้แก่ โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน โรคปวดตามข้อกระดูก โรคคอหอยพอก โรคความดันโลหิตสูง โรคที่เกี่ยวข้องกับเส้นโลหิต และโรคแก่ก่อนวัย เป็นต้น ถึงแม้ว่าผู้ที่ขาดแร่ธาตุเหล่านั้นจะได้รับการเสริมให้แร่ธาตุเพิ่มเติมในภายหลังเป็นเวลานานหลายปี ก็ยังมีอาการไม่ดีเท่ากับผู้ที่ดื่มน้ำที่ไม่ใช่น้ำบริสุทธิ์

ยกข้อมูลทางวิชาการมาอ้างอิง

รองศาสตรจารย์ ดร.พิชัย ได้อธิบายถึงข้ออ้างอิงทางหลักวิชาการว่า น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากในร่างกายของคนเรา ซึ่งมีปริมาณมากถึงประมาณ 70% ของน้ำหนักร่างกาย แต่เซลล์เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายไม่ชอบความเป็นกรดของน้ำบริสุทธิ์ อันเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวและจากการละลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มีอยู่ทั่วในบรรยากาศ ทำให้น้ำบริสุทธิ์มีฤทธิ์เป็นกรด pH ประมาณ 5.5 ( ถ้าเป็นกลางจะมี pH = 7.7 ) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในวิชาเคมี

เมื่อเซลล์หรือเนื้อเยื่ออวัยวะใดก็ตามสัมผัสกับน้ำบริสุทธิ์ที่มันไม่ชอบความเป็นกรด ก็ต้องทำการปรับสภาพด้วยการคายแร่ธาตุประเภทโลหะออกมา เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฯลฯ ซึ่งจะถูกขับถ่ายออกมาจากร่างกายทางปัสสาวะ ทำให้ร่างกายต้องสูญเสียแร่ธาตุที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิตชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุแมกนีเซียม มีความจำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายของเรามากกว่า 300 ปฏิกิริยา รวมทั้งการดูดซึมเอาธาตุแคลเซียมไปใช้ ก็ต้องอาศัยเอนไซม์ที่มีแมกนีเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญ ถ้าแมกนีเซียมในร่างกายไม่เพียงพอ ธาตุแคลเซียมที่เรารับประทานเข้าไป ก็จะกลายเป็นมลพิษในร่างกายได้ ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งซึ่งเป็นสาเหตุแห่งการตายเร็วหรือเป็นโรคอันเนื่องมาจากการขาดแร่ธาตุดังกล่าวมาข้างต้น

เผยขั้นตอนการผลิตน้ำบริสุทธิ์พร้อมวิธีพิสูจน์

รองศาสตรจารย์ ดร.พิชัย ได้อธิบายถึงน้ำบริสุทธิ์ นอกจากจะผลิตได้จากการกลั่นหลายๆครั้ง ดังเช่นในอดีต แต่ปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตน้ำบริสุทธิ์ได้ง่ายกว่า โดยใช้ระบบที่เรียกว่า รีเวอร์ส ออสโมซิส หรือเรียกย่อๆว่า ระบบอาร์โอ (RO = Reverse Osmosis) ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในตลาดอย่างกลาดเกลื่อน รวมทั้งที่ตั้งเป็นตู้ไว้สำหรับหยอดเหรียญด้วย

เราสามารถพิสูจน์น้ำบริสุทธิ์ได้โดยใช้ขั้วไฟฟ้า เช่น ทำเป็นขั้วเหล็ก และขั้วอะลูมิเนียม จุ่มลงไปในน้ำ ถ้าเป็นน้ำบริสุทธิ์จะไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน เพราะน้ำบริสุทธิ์เป็นฉนวน จึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าน้ำนั้นมีแร่ธาตุละลายน้ำอยู่เพียงเล็กน้อย เช่น เติมเกลือแกงแม้เพียงเกล็ดเดียวลงไปในน้ำอาร์โอบริสุทธิ์ ก็สามารถนำไฟฟ้าได้ ทำให้เกิดการแตกตัวของน้ำ (Electro hydrolysis) มีแก๊สไฮโดรเจนผุดที่ขั้วอะลูมิเนียม ส่วนขั้วเหล็กจะเกิดตะกอนของสนิมเหล็ก ที่ดูเหมือนสกปรกแต่ความจริงเกิดจากการแตกตัวของโมเลกุลน้ำ ซึ่งประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจนและออกซิเจน”

น้ำบริสุทธิ์มีประโยชน์ในการเติมแบตเตอรี่รถยนต์ ใช้ในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ใช้ผสมยาฉีด และในอุตสาหกรรมผลิตยา ฯลฯ นอกจากนี้ อาจใช้สกัดพิษออกจากร่างกาย ถ้าจำเป็นโดยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด จากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่ไม่ควรใช่ดื่มเป็นประจำ ถ้าไม่อยากตายเร็วหรือเป็นโรคภัยไข้เจ็บ


แนะน้ำบริสุทธิ์มีประโยชน์ ไม่ผิดกฎหมาย เหมาะใช้ทางการแพทย์ ไม่ควรดื่มเป็นประจำ     
       รองศาสตรจารย์ ดร.พิชัย ได้กล่าวถึงน้ำบริสุทธิ์ว่า มีประโยชน์ในการเติมแบตเตอรี่รถยนต์ ใช้ในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ใช้ผสมยาฉีด และในอุตสาหกรรมผลิตยา เป็นต้น นอกจากนี้ อาจใช้สกัดพิษออกจากร่างกาย ถ้าจำเป็นโดยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด จากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่ไม่ควรใช่ดื่มเป็นประจำ ถ้าไม่อยากตายเร็วหรือเป็นโรคภัยไข้เจ็บ
     
       “ถ้าพิจารณากันตามตัวบทกฎหมายแล้ว ผู้ผลิตน้ำอาร์โอบริสุทธิ์ออกมาจำหน่ายในปัจจุบันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้เพราะประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปี พ.ศ.2534 ระบุเรื่องแร่ธาตุในน้ำดื่มบรรจุขวดจะมีปริมาณเกลือแร่แต่ละชนิดต้องไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ โดยไม่ได้ระบุว่าต้องมีปริมาณไม่น้อยกว่าเท่าไร ในเมื่อน้ำอาร์โอบริสุทธิ์ไม่มีเกลือแร่อะไรเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย จึงไม่เกินกว่าปริมาณที่ทางราชการกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงดังกล่าว ทางราชการจึงเอาผิดไม่ได้”
     
       เสนอ 3 วิธีแก้ไข
     
       รองศาสตรจารย์ ดร.พิชัย กล่าวว่า ในเรื่องนี้มีทางออกในการแก้ปัญหาคือ อย่างแรกให้มีการเติมแร่ธาตุที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกายลงไปในน้ำอาร์โอปริสุทธิ์ เช่น เติมแคลเซียม และ แมกนีเซียม เป็นต้น ในปริมาณที่เหมาะสม วิธีนี้ประเทศที่เจริญได้ทำมานานแล้ว สองแก้ไขกฎกระทรวง ประประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับน้ำดื่ม ควรระบุปริมาณแร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำดื่ม ไม่เฉพาะแต่ขั้นสูงสุดไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ แต่ควรกำหนดปริมาณขั้นต่ำเอาไว้ด้วย เช่น กำหนดว่าต้องมีแคลเซียมและแมกนีเซียมไม่น้อยกว่าเท่าไรให้เหมาะสมกับชนิดของแต่ละแร่ธาตุ ซึ่งจะทำให้น้ำดื่มปลอดภัยมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดจำนวนผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจจะลดลงอย่างแน่นอน
       และสุดท้ายให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกแก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งผู้สนับสนุนและประชาชนผู้บริโภค การดื่มน้ำอาร์โอบริสุทธิ์จะบั่นทอนชีวิตของผู้บริโภคให้ตายเร็วขึ้น เป็นการ “ฆ่าตัวตายผ่อนส่ง” ซึ่งถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง
     
       “สำหรับผู้ที่ไม่เห็นอันตรายของน้ำดื่มอาร์โอบริสุทธิ์ก็ขอให้ศึกษาเรื่องน้ำบริสุทธิ์ให้มากๆ ซึ่งอาจจะค้นคว้าได้ในห้องสมุด หรือจาก Internet ภายใต้ Key words เช่น Drinking water (น้ำดื่ม) Distilled water (น้ำกลั่น) และ Reverse Osmosis (อาร์โอ หรือ รีเวอร์สออสโมซิส) โดยเน้นในเรื่อง toxicity (ความเป็นพิษ) หรือ dangerous (อันตราย) แล้วจะเข้าใจได้มากขึ้นอย่างแน่นอน"
     
       อีกประการหนึ่ง ถึงแม้ว่าอาหารไทย จะอุดมสมบูรณ์ด้วยเกลือแร่นานาชนิดมากมาย แต่การรับประทานอาหารที่มีเกลือแร่เพื่อเสริมสร้างเซลล์เนื้อเยื่อ และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ต้องผ่านขบวนการทำงานของเอนไซม์ที่สลับซับซ้อนมาก และใช้เวลานาน ซึ่งต่างจากการทำลายแร่ธาตุของน้ำบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เป็นเรื่อง “ต่างกรรรมต่างวาระ” เปรียบเสมือนการ “ทำบุญ” กับการ “ทำบาป” ซึ่งเป็นคนละเรื่องเดียวกัน อันมีผลต่อชีวิตจิตวิญญาณ ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคขาดแร่ธาตุ ถึงแม้ว่าจะเสริมแร่ธาตุเพิ่มเติมในเวลาต่อมาเป็นเวลาหลายปีก็ยังมีก็ยังมีสุขภาพไม่ดีเท่ากับผู้ที่ไม่เจ็บป่วยด้วยการดื่มน้ำธรรมดาที่ไม่ใช่น้ำบริสุทธิ์”รองศาสตรจารย์ ดร.พิชัย กล่าว และได้ทิ้งท้ายไว้ว่า ในเมื่อเราทราบว่าน้ำอาร์โอบริสุทธิ์จะฉุดเกลือแร่ออกจากร่างกาย ทำให้ตายเร็ว หรือเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคต่างๆ แล้วเราจะดื่มเข้าไปบั่นทอนชีวิตของเราไปทำไม
ปัจจุบันผู้คนนิยมดื่มน้ำที่จำหน่ายในแบบถังและขวด ที่ผ่านกระบวนการรีเวิร์ส ออสโมซิส หรือ อาร์โอ เพราะเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ สะอาดของน้ำ
ก่อนที่จะดื่มอย่าลึมดูที่ข้างขวดว่า กระบวนการผลิตใช้ระบบอะไร บางยี่ห้อไม่ได้ระบุก็ไม่ต้องซื้อมาดื่ม ถ้าไม่อยากตายผ่อนส่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก oknation.net
Kangenthai People Franchising
Tel : 081 514 5615 (ais)
      : 085 192 6549 (dtac)
FB : https://www.facebook.com/Kangenthai
Line : Kangenthai
Email : kangenthai@gmail.com
Webpage : http://kangenthai.com
                 : http://www.enagic.com

Tuesday, March 12, 2013

Ionizer Consumer Guide วิธีเลือกซื้อเครื่องทำน้ำด่าง

วิธีเลือกเครื่องทำน้ำด่าง
เราต้องดูอะไรบ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ
สิ่งที่เครื่องเลียนแบบไม่เคยบอก "เพลทไฟฟ้าว่าขนาดเล็ก-ใหญ่ และเป็นแผ่นประเภทเต็มแผ่น ตาข่าย แผ่นกึ่งตาข่าย"
Enagic Kangen Water
เครื่องทำน้ำด่าง
Enagic Kangen Water
Enagic Kangen Water
เครื่องทำน้ำด่าง
เครื่องทำน้ำด่าง
Enagic Kangen Water
Enagic Kangen Water
Enagic Kangen Water
Kangenthai People Franchising Tel : 081 514 5615 (ais)

Monday, March 4, 2013

Anti-cancer foods อาหารต้านมะเร็ง เครื่องทำน้ำด่าง


อาหารต้านมะเร็ง
โดย น.พ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต
มีคนสงสัยว่า อาหาร จะต้านมะเร็งได้อย่างไร แล้วคนเป็นมะเร็ง ควรทานอย่างไร จึงจะดีที่สุด ก่อนอื่นต้องแยกให้ชัดเจนก่อนว่า การป้องกันมะเร็ง กับการรักษามะเร็ง เป็นคนละเรื่องกัน การป้องกันมะเร็ง เราจะเลือกใช้อาหารและสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ อาหารก็ต้องเลือกที่ปลอดสารพิษ หรือมีการล้างอย่างดี เช่น การล้างด้วยน้ำด่าง แช่ด้วยผงถ่าน หรือใช้เครื่องล้างผักสำเร็จรูป ซึ่งจะใช้โอโซนในการฆ่าเชื้อ ทำลายสารเคมีตกค้าง และใช้อัลตร้าโซนิกในการทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยชะล้างสารเคมีตกค้าง ที่อาจฝังแน่นในเนื้อผักผลไม้ลึกลงไปกว่าที่ผิว การเลือกใช้วิธีไหนก็คงขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ และทัศนคติต่อการดูแลรักษาสุขภาพ เช่น ผงถ่าน ข้อดีคือ ดูดซับสารพิษได้ดี โรงพยาบาลทุกแห่งมีใช้ เวลาผู้ป่วยได้รับสารพิษที่ไม่มีข้อห้ามในการล้างท้อง ก็จะใช้ผงถ่านในการล้างท้อง เพื่อดูดซับสารพิษออกมา ผงถ่านกระปุกใหญ่ ใช้ได้นานเป็นเดือน ราคากระปุกละ 85 บาท ส่วนการใช้น้ำด่างและน้ำที่มีค่า ORP ติดลบ สำหรับคนที่ติดตั้งเครื่องทำน้ำด่างและน้ำ ORP เป็นลบไว้แล้วที่บ้าน ก็สามารถใช้น้ำชนิดนั้นมาแช่ผักผลไม้ได้เลย ความจริง ผงถ่านเมื่อละลายน้ำแล้ว ก็จะเกิดความเป็นด่าง ซึ่งจะดึงดูดโมเลกุลของสารเคมีต่างๆ ให้หลุดออกมาจากผิวของผักผลไม้ได้ดี ส่วนเครื่องล้างสารพิษออกจากผักผลไม้ ราคาเครื่องละ 20,000 – 30,000 บาท ถ้าพอจะมีเงินซื้อ ก็ไปซื้อมาใช้ เพื่อสุขภาพเราเอง ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องกังวล ใช้วิธีแช่ด้วยผงถ่าน
(น้ำคังเก้นมี  สารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในปัจจุบัน โดยทดสอบจากเครื่องวัดค่า ORP เป็นลบ 300 ถึง ลบ 600)



Kangenthai อ้วน มะเร็ง
สารสกัดจากบร๊อคโคลี่
ถ้าเป็นมะเร็งแล้ว เราจะใช้วิตามินและสารอาหาร ไม่ใช่ในขนาดปกติ แต่เป็นขนาดที่จะมีผลทางเภสัช ออกฤทธิ์ในตำแหน่งเฉพาะๆ เพื่อรักษามะเร็ง เสมือนประหนึ่งเป็นยารักษามะเร็งทีเดียว เช่น สารสกัดจากบร๊อคโคลี่ ชื่อ I3C สามารถยับยั้งตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน มีฤทธิ์คล้ายยาเคมีบำบัดตัวหนึ่ง ซึ่งใช้รักษามะเร็งเต้านมคือยาทามอกซิเฟน เคยมีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พบว่า I3C สามารถยับยั้งการเจริญของมะเร็งเต้านมชนิดมีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ถึง 90% ในขณะที่ยาทามอกซิเฟนสกัดสามารถยับยั้งได้ 60% นอกจากนี้ I3C ยังสามารถหยุดยั้งการสังเคราะห์ DNA ในมะเร็งเต้านมชนิดไม่มีตัวรับเอสโตรเจนได้ 50% ซึ่งตัวยาทามอกซิเฟน ไม่สามารถยับยั้งได้


Kangenthai อ้วน มะเร็ง
เคอร์คูมิน
สารอีกตัวหนึ่ง ได้มาจากสารสกัดขมิ้น เคอคูมิน พบว่า เคอคูมิน ยับยั้งขบวนการเจริญของมะเร็งในขั้นของการสร้างโปรตีนควบคุมการเจริญ ซึ่งในเนื้อเยื่อมะเร็ง จะมีการสร้างโปรตีนกระตุ้นการเพิ่มจำนวนของเซลล์ ออกมามากผิดปกติ ทำให้เซลล์เจริญผิดปกติ เป็นมะเร็งในที่สุด เคอคูมิน ยับยั้งโปรตีน หรือยับยั้งตัวรับโปรตีนเหล่านี้ เช่น epidermal growth factor receptor, basic fibroblast growth factor, nuclear factor kappa beta จึงเป็นการควบคุมการเจริญของมะเร็ง


EGCG ในชาเขียว
ในชาเขียว มีสาร EGCG สารชนิดนี้ ยับยั้ง nuclear factor kappa beta ซึ่งเป็นโปรตีนที่มะเร็งมีมาก มะเร็งสร้างขึ้นมาเพื่อเร่งการโต การศึกษาในปี 2001 พบว่า EGCG ช่วยยับยั้งการเจริญของมะเร็งได้ 58% ลดการสร้างเส้นเลือดใหม่ได้ 30% และเพิ่มการตายของมะเร็ง 1.9 เท่า ยังพบอีกว่า EGCG ยับยั้งเอนไซม์ เทโลเมอเรส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (cancer stem cell) อาศัยในการต่ออายุของมัน ดังนั้น EGCG อาจมีบทบาท ลดการทำงานของ เซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งได้


Kangenthai อ้วน มะเร็ง
เมลาโทนิน
เมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง คนนำมาใช้เป็นอาหารเสริมช่วยเรื่องการนอนหลับ พบว่า เมลาโทนิน ไปยับยั้งตัวรับเอสโตรเจน ออกฤทธิ์เหมือนกับยารักษามะเร็งเต้านม ทามอกซิเฟน แต่เมลาโทนิน มีผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับ ทามอกซิเฟน


Kangenthai อ้วน มะเร็ง
กระเทียม
สารสกัดจากกระเทียม พบว่า ช่วยการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยการทำงานเซลล์กินเชื้อโรค มาโครฟาจ และมีรายงานการศึกษาว่าสามารถยับยั้ง มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเมลาโนมา
 
Kangenthai อ้วน มะเร็ง
องุ่นแดง
สารสกัดจากองุ่นไวน์แดง เรสเวอราทรอล ช่วยยับยั้งการอักเสบ ซึ่งรวมไปถึงการอักเสบที่เกิดรอบๆ หลอดเลือดในก้อนมะเร็ง และเป็นสาเหตุให้มะเร็งกระจาย และช่วยเพิ่มโปรตีนที่ควบคุมการเจริญของก้อนมะเร็ง โดยผ่านการทำงานของโปรตีน P21 และ โปรตีน BAX ซึ่งจะหยุดการเจริญของเซลล์มะเร็งได้ การศึกษาในห้องทดลอง พบว่าสามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากได้ 98% การศึกษาในหนู ลดขนาดเนื้องอกมะเร็งปอดชนิดแพร่กระจายสูง highly metastatic Lewis Lung carcinoma ได้ 42% ลดการแพร่กระจาย 56%


Kangenthai อ้วน มะเร็ง
ถั่วเหลือง
สารสกัดไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลือง ถั่วเหลือง มีสารที่ช่วยยับยั้งตัวรับเอสโตรเจน และตัวรับแอนโดรเจน จึงสามารถยับยั้งมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก เดิมเราคิดว่าถั่วเหลืองมีสารจำพวกเอสโตรเจนจากพืช คือ ไฟโตเอสโตรเจน เราเลยกลัวว่าถั่วเหลืองไม่น่าจะเหมาะกับผู้ป่วยมะเร็ง แต่นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ในประเทศที่พลเมืองกินเต้าหู้เป็นอาหารหลัก กลับพบอัตราการเกิดมะเร็งที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศน้อย แต่ในประเทศที่ไม่ได้กินเต้าหู้หรืออาหารที่ทำจากถั่วเหลืองเป็นหลัก จะพบอัตราการเกิดมะเร็งที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนสูงกว่า จึงทำให้นักวิจัยเกิดความสนใจศึกษาเรื่องราวของถั่วเหลืองมากขึ้น และพบว่า ตัวรับเอสโตรเจนที่ผนังเซลล์มีสองชนิดคือ ชนิดเอกับชนิดบี ถั่วเหลืองจะกระตุ้นตัวรับชนิดบี เท่านั้น ซึ่งส่งผลในการระงับอาการร้อนวูบวาบจากการขาดฮอร์โมน ช่วยเสริมสร้างกระดูก ผิวหนังไม่แห้ง ลดอัตราความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ในขณะที่ตัวรับเอสโตรเจนชนิดเอ เกี่ยวข้องกับการเจริญผิดปกติของเซลล์ ยังพบอีกว่า ตัวรับเอสโตรเจนชนิดบี จะกดการทำงานของตัวรับเอสโตรเจนชนิดเอ ดังนั้น ช่วยยับยั้งไม่ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน เข้าไปสู่เซลล์ โดยสรุปก็คือ ถั่วเหลืองมีฤทธิ์แบบต้านเอสโตรเจน ในขณะที่คงคุณสมบัติที่เป็นส่วนดีของเอสโตรเจนไว้ได้ (ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นตัวรับเอสโตรเจนชนิดบี – เช่น รักษาระดับความแข็งแรงของกระดูก ผิวหนัง สมอง ลดความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจ)


Kangenthai อ้วน มะเร็ง
วิตามินซี
ถ้าจะป้องกันมะเร็งด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซีก็ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวหนึ่ง ปัจจุบันเราหาชนิด 1,000 มก. ได้ไม่ยากนัก คนส่วนใหญ่จะทานวันละ 500 – 1,000 มก. แต่ถ้าจะรักษามะเร็ง ไม่ควรใช้สารต้านอนุมูลอิสระพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะถ้ากำลังอยู่ในระหว่างการให้เคมีบำบัดหรือการฉายแสง อย่างไรก็ตาม วิตามินซีก็สามารถเป็นเคมีบำบัดรักษามะเร็งได้ แต่ต้องให้ในขนาดสูงมากที่เรียกว่าเมกะโดส วิตามินซีในขนาดที่เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง จะต้องให้ระดับของวิตามินซีในเลือดขึ้นไปสูงถึง 600 mg/dL แม้ว่าวิตามินซีจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ในขนาดสูง จะเป็นอนุมูลอิสระเสียเอง โดยเฉพาะอนุมูลอิสระจำพวกเปอร์ออกไซด์ ทั้งนี้ เซลล์ของมะเร็งจะมีระดับเอนไซม์ย่อยอนุมูลอิสระที่ชื่อ คาทาเลส อยู่น้อยกว่าเซลล์ปกติทั่วไป ดังนั้น เมื่อเกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายจากวิตามินซี เซลล์ทั่วไปก็จะอาศัย คาทาเลส ไปย่อยอนุมูลอิสะชนิดเปอร์ออกไซด์ได้ แต่เซลล์มะเร็งขาดเอนไซม์ คาทาเลส ก็จะไม่สามารถป้องกันตัวเองจากอนุมูลอิสระได้ เซลล์มะเร็งก็ตายลง เคยมีการศึกษาวิจัย ใช้วิตามินซีเมกะโดส ร่วมกับเคมีบำบัด พบว่า ช่วยเพิ่มอัตราการตอบสนองต่อเคมีบำบัดได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามการศึกษาด้วยการใช้วิตะมินซีขนาดปกติ ร่วมกับเคมีบำบัด พบว่าผลของเคมีบำบัดลดลง ดังนั้น อย่าตัดสินใจรับประทานวิตามินเอง ถ้าท่านกำลังรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัดอยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็อย่าเชื่อแพทย์ทางด้านเคมีบำบัดไปเสียทั้งหมด เพราะท่านเหล่านั้นไม่มีความรู้ด้านการบำบัดมะเร็งทางอื่น

เมื่อไม่นานมานี้ มีการศึกษาตีพิมพ์ในวารสารมะเร็งวิทยาคลินิก ธันวาคม ปี 2004 เพื่อจะดูว่า เคมีบำบัด ช่วยเพิ่มอัตรารอดชีวิต 5 ปีออกไปได้มากน้อยแค่ไหน โดยวิธีการวิเคราะห์ผลการศึกษาวิจัย เฉพาะที่พบว่าเคมีบำบัด มีนัยสำคัญทางสถิติที่เพิ่มอัตรารอด 5 ปี ของประเทศออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์ในช่วงปี 1990 ถึง 2004 ผลการศึกษาพบว่า เคมีบำบัดช่วยเพิ่มอัตรารอดชีวิตในออสเตรเลียเพียง 2.3% ในสหรัฐอเมริกาเพียง 2.1% ถ้าแยกเฉพาะมะเร็งเต้านม ลำไส้ ศรีษะและคอ พบว่าเพิ่มอัตรารอดทั้งหมด น้อยกว่า 5% มีมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่เคมีบำบัดเพิ่มอัตรารอดได้สูง คือ มะเร็งอัณฑะเพิ่มอัตรารอด 41%, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เพิ่มอัตรารอด 10.5-38% มะเร็งรังไข่ เพิ่มอัตรารอด 8.8%
...ถ้าเป็นมะเร็งแล้ว นอกจากวิธีการรักษาแบบแผนปัจจุบันแล้ว ควรศึกษาความคุ้มไม่คุ้มในการรักษาให้ดี
ขอบคุณบทความจาก...น.พ.ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต


Kangenthai People Franchising
Tel : 081 514 5615 (ais)
      : 085 192 6549 (dtac)
FB : https://www.facebook.com/Kangenthai
Line : Kangenthai
Email : kangenthai@gmail.com
Webpage : http://kangenthai.com
                 : http://www.enagic.com

Sunday, March 3, 2013

Why Enagic Kangen Certification ทำไมต้องเป็นเครื่องทำน้ำด่างคังเก้น

ทำไมถึงต้องเลือกเครื่องทำน้ำด่าง ของ Enagic®?
ในเมืองไทยตอนนี้ มีเครื่องทำน้ำด่างมากมายหลายยี่ห้อ มีทั้งที่แบบ เป็นเครื่องทำน้ำด่างแบบใช้ไฟฟ้า และเป็นแบบใช้พลังแม่เหล็ก หรือเป็นแท่งใส่น้ำ ทำให้น้ำเป็นด่าง หรือ อาจจะมีน้ำยาที่เรียกว่า “Alkaline Drop” หยอดลงไปในน้ำทำให้น้ำธรรมดาเป็นน้ำด่าง ทั้งนี้การทำน้ำให้เป็นน้ำด่าง มีมากมายหลายวิธี และคุณภาพของน้ำด่างที่ได้ออกมาก็มีคุณภาพไม่เหมือนกันด้วย ทั้งนี้ราคาของเครื่องทำน้ำด่างแต่ละชนิด ก็แตกต่างกันมาก มีตั้งแต่ราคา 1,000 บาทเป็นต้นไป

แล้วทำไมคุณถึงต้องเลือกเครื่องทำน้ำด่าง ของ Enagic® ?

1. เครื่องทำน้ำด่าง (หรือ Alkaline Water Machine, Water Ionizer, Kangen Water® Machine) ของ Enagic® เป็นเครื่องทำน้ำด่างยี่ห้อเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับ Certification รับรองว่า เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ (Medical Device Certificate) จากกระทรวงสาธารณะสุขประเทศญี่ปุ่น

Medical Device Marketing Authorization
Issued by Ministry of Health, Labour and Welfare, Government of Japan.
License Number: 27BZ006010

Medical Device Manufacturing license
Issued by Osaka Prefecture.
License Number: 27BZ006010
ดูใบรับรองต่างๆได้ที่ https://www.enagic.com/technology_certificates.php
Kangenthai อ้วน มะเร็ง

2. ในเครื่องทำน้ำด่างของ Enagic® ทุกรุ่น แผ่น Electrode Plate ซึ่งเป็นตัวทำให้เกิดการ Electrolysis ทำด้วย Titanium และเคลือบด้วยวิธีจุ่ม(dip)ลงใน Platinum อีกที ซึ่งทำให้ผู้ใช้ มั่นใจได้ว่า น้ำด่างที่ออกมานั้นมีคุณภาพดีที่สุด ไม่มีโลหะปนเปื้อน เครื่องทำน้ำด่างราคาถูก จะใช้แผ่น Aluminium แทน ซึ่งเมื่อใช้ไปนานๆ โลหะหนักจาก Aluminium จะสลายออกมาเป็นสารพิษ (Toxic) ปนออกมากันน้ำดื่ม ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายมาก ดูคุณภาพวัสดุ ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องราคาถูกที่ไร้คุณภาพ และความคงทน
Kangenthai อ้วน มะเร็ง
 Kangenthai อ้วน มะเร็ง


3. เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตที่สูงที่สุด เครื่องทำน้ำด่างของ Enagic® ผลิตและประกอบในโรงงานของ Enagic® ที่ประเทศญี่ปุ่น ในโรงงานเดียวเท่านั้น ไม่มีการสั่งชิ้นส่วนจากที่อื่นมาประกอบแม้แต่ชิ้นเดียว (Perfect in one place)

4. Enagic® เป็นผู้ค้นคว้า พัฒนาและทำการผลิตเครื่องทำน้ำด่างมานานกว่า 38 ปี และได้ขยายตลาดไปทั่วโลก โดยขายที่สหรัฐอเมริกามาแล้วนานกว่า 10 ปี

5. เครื่องทำน้ำด่างของ Enagic® มีอายุงานที่ยาวนานถึง 15 ปี เพราะว่าเครื่องของ Enagic® มีระบบการทำความสะอาดแผ่น Plate ภายในเครื่องแบบอัตโนมัติ เครื่องจะทำความสะอาดตัวเองอยู่เป็นระยะๆ เมื่อ Sensor จับได้ว่ามีแคลเซียมติดอยู่ในแผ่น Plate เป็นจำนวนมาก และยังมีการล้างเครื่องโดยมีอุปกรณ์พิเศษในการทำความสะอาดเครื่องให้อีกด้วย เครื่องทำน้ำด่างยี่ห้ออื่น ไม่มีระบบ E-Cleaning ภายในเครื่อง ทำให้อายุใช้งานสั้น ส่วนมากรับประกันแค่ 1 ปี
สำหรับ Enagic Kangen Leveluk SD 501 กล้ารับประกัน 5 ปี


Kangenthai People Franchising
Tel : 081 514 5615 (ais)
      : 085 192 6549 (dtac)
FB : https://www.facebook.com/Kangenthai
Line : Kangenthai
Email : kangenthai@gmail.com
Webpage : http://kangenthai.com
                 : http://www.enagic.com